Perfil de I am AooMi'm endokungFotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
i'm endokungเกิดมาเพื่อให้รู้ว่า...โลกกลมๆใบนี้ ก็มีคนเหงา 20 noviembre งง !!!ทำไมนะ การที่เราให้กับคนสองคนที่เรารู้สึกดีด้วย(ไม่สิ อาจจะเป็นรักเลยก็ได้มั้ง)แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องมีคนใดคนนึงที่เรารักมากกว่า ซึ่งก็หมายถึงว่าอีกคนจะต้องเป็นคนที่เรารักน้อยกว่า (เราคิดว่า จะเป็นไปได้เหรอที่เราจะรักคนสองคนได้เท่ากัน)
สำหรับคนที่เรารักมากกว่า ( อาจจะเป็นเพราะเราชอบ หรือ รู้จักเค้ามาก่อน ) เราให้อะไรกับเค้าเยอะเลยนะ ทั้งกำลังใจ ความรู้สึกดีๆ การช่วยเหลือเล็กน้อยๆ(ไม่รู้เค้าเต็มใจรับหรือเปล่า) รวมไปถึงสิ่งของ ซึ่งคนอื่นไม่เคยได้ แต่เค้าได้ แต่สิ่งที่เราได้กลับมาเหรอเราขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เราไม่ต้องการจะได้อะไรมากมาย แค่รอยยิ้ม หรือ คำขอบคุณแต่เราแทบจะไม่ได้มันเลย ( ก็ไม่เชิงหรอกนะ ก็ได้บ้างเป็นบางครั้ง หรือเราจะคิดมากไป)
แต่สำหรับอีกคน คนคนนี้ทีหลัง ในสายตาของคนอื่น จะมองคนนี้เป็นคนไม่ดี ( บ้างคนว่าเค้าเป็นคนเลวเลยแหละ รับไม่ได้ ) แต่ไม่รู้สินะ ในสายตาเรา สิ่งที่เราได้รับรู้จากตัวตนของเค้า ทำไมเราไม่สัมผัสถึงสิ่งที่คนอื่นเค้าพูดกันเลย เค้าจะเห็นค่าเสมอกับสิ่งที่เราทำให้เค้าแม้ว่ามันจะเล็กน้อยก็ตามที เค้าจะทำให้เรารู้ว่า เฮ้ย เราทำให้ขนาดนั้นเลยเหรอ (ไม่อยากจะบอกเลยว่า กับคนอีกคน เราทำให้มากกว่านี้อีก)
เมื่อเหตการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น คุณคิดว่าฉันจะเลือกใคร ???
ปล.เพื่อนๆที่มีโอกาสเข้ามาอ่าน ไม่ต้องซีเรียสไปตามเรานะ เพราะมันมักเกิดขึ้นแค่อารมณ์ชั่ววูเท่านั้น อิอิ 18 mayo เหงา + เซ็งทำไมช่วงนี้มันเซ็งอย่างนี้ เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ไปเที่ยวทะเลแล้ว น่าจะรู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น แต่ไม่ใช่เลย กลับมีเรื่องให้คิดอีกมากมาย
คนเราเมื่อห่างกันนานๆมันก็ยากเหมือนกันนะที่จะรู้สึกเหมือนเดิม เช่นเพื่อนที่คิดว่าเป็นเพื่อนสนิทแต่เมื่อถึงวันหนึ่งก็อาจจะเหลือแค่คำว่าเพื่อนเฉยๆก็ได้ ไม่สามารถจะพูดคุยได้เหมือนเดิม มองย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว บายเนียร์เรามีความสุขมาก ไม่เหงา มีอะไรให้พูดให้คุยกันอยู่เรื่อยๆ ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ปีนี้สถานที่เดิม เพื่อนก็ยังเป็นกลุ่มเดิม กิจกรรมที่ทำก็คล้ายๆเดิม แต่ไมความรู้สึกเรามันไม่เหมือนเดิม มันเหงา แต่ก็อ่ะ วันเวลามีเปลี่ยนแปลง คนเราก็ต้องมีเปลี่ยนไปเป็นของธรรมดา เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าเราเปลี่ยนหรือใครกันแน่ที่เปลี่ยน แต่ในความรู้สึกเรา มันไม่เหมือนเดิม คิดถึงวันเวลาเก่าๆจัง...เริ่มจะเป็นคนแก่แล้ว
อยากกลับไปเหมือนเดิมจัง อยากมีเวลาอยู่กับเพื่อน คิดถึงเพื่อนจัง อยากคุยกับใครซักคน
เมื่อกี้โทรไปหาปลา ไม่รับโทรสับ สงสัยนอนแล้วมั้ง แล้วเราเป็นไรก็ไม่รู้ แค่นี้ต้องร้องไห้ด้วย ไม่รู้เหมือนกันนะว่าร้องเพราะอะไร แค่รู้สึกว่ามีไรอยากคุยอยากระบายก็ร้องไห้ออกมาแล้ว นี้สินะ ขีดสุดของความเหงา แล้วเราจะทำอย่างไงดี คิดไม่ออกแล้ว ตอนนี้ทำได้ก็แต่ร้องไห้ให้กับมัน
แปลกนะเวลาที่เราอยู่กับตัวเองได้ กลับมีคนต่างๆมากมายเข้ามาหาเรา จนทำให่เรารู้สึกรำคาญบ้าง
แต่เวลาที่เรารู้สึกเหงา ต้องการใครซักคน กลับไม่มีแม้ซักคนที่จะเข้ามาหาเรา มันคงเป็นบทลงโทษสำหรับเราสินะ
เราต้องขอโทษด้วยนะ ที่เราอาจจะเคยทำลายความรู้สึกของใครหลายๆคน เราอาจจะทำไปด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ ไม่นึกถึงหน้าใครเลย แต่ตอนนี้เรารู้สึกแล้ว เราสำนึกแล้ว เราขอเพื่อนเรากลับคืนมาได้มั้ย แล้วเราจะดูแลกันและกันให้ดีที่สุด
16 mayo ค่าย ตากใจยาม (ตามใจอยาก) ต่อ...วันที่สองก็มีน้องๆบัญชี มาช่วยทำสวัสดิ์ มากันสามคน สนุกสนานเฮฮากันหล่ะคราวนี้ ไม่เหงาอย่างที่คิดนะ ดีจัง
วันที่สาม เกด ยุ้ย บิ๊ก มาแล้ว มาอยู่เป็นเพื่อนเราแล้ว มาช่วยเราทำสวัสดิ์ อิอิ ดีใจโครตๆเลยอ่ะ
หลังจากนั้นชีวิตในค่ายก็สนุกสนานเฮฮา มีออกไปตลาดไปซื้อของบ้าง ค่ายนี้สบายอ่ะ แบบว่ามีคนเอารถมา ต้นเพื่อนไช้นั้นเอง เวลาจะออกไปไหนเลยสบายอ่ะ ได้ไปโครงสร้างด้วย แบบว่าไปรับพวกที่ไปทำโครงสร้างกลับมารร.อ่ะ แล้วก็ได้ไปนอนบ้านชาวบ้าน ตอนไปอยู่บ้านชาวบ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลยอ่ะ ส่วนใหญ่บ้านอื่นจะมาซะมากกว่า มีการแห่ขันหมากกันด้วย อิอิ แต่ไม่ได้มาขอเรานะ 555 รู้สึกว่าจะมีแห่ไป 3 บ้านเลยมั้ง น่าสนุกจัง แต่เราก็ไม่ได้ไป ประมาณว่าแดดร้อนอ่ะ ไปบ้านชาวบ้านอาหารการกินก็ดีนะ มีน้ำพริก ชอบมากเลยอ่ะ มีไข่เจียวทุกมื้อด้วย แบบว่าบ้างคนกินไม่ได้อ่ะ สรุปโครงสพช.สำหรับเรา ไม่ค่อยได้อะไรเลยอ่ะ เป็นเพราะเราไม่รับเองด้วยมั้ง
กลับจากบ้านชาวบ้าน เย็นวันนั้นก็มีบายศรีแล้วก็รอบกองไฟ วันนั้นมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นด้วย แบบว่า วันนั้นฝนจะตกอ่ะ ด฿จากเมฆแล้ว ท่าทางจะตกหนักด้วย แล้วงานรอบกองไฟเราจะเป็นไงเนี๊ยะ เราก็เลยคุยกันเรื่องปักตะไคร้ เราก็เลยใช้น้องพิวไปปัก น้องเค้าก็รีบไปเลยนะ ปักเสร็จ เป็นไปได้ไงอ่ะ ฟ้าสว่างอีกครั้ง เมฆเริ่มไปแล้ว งานนี้ใครไม่เชื่ออย่าลบลู่นะคร๊าบ สรุป งานบายศรีและรอบกองไฟก็ผ่านไปด้วยดี ฝนก็ไม่ตก อ๋อ ตอนบ่ายศรี เป็นอะไรที่เมื่อยมากเลยอ่ะ แบบว่าหมอสู่ขวัญก็สวดอะไรนักหนา เป็นชั่วโมงได้มั้ง นั่งฟังสวดไปขำไป แบบว่าหมอเค้าจะมีสมุดเล่มนึง เก่ามากแล้วด้วย แบบในสมุดเล่มนั้นมีประมาณ 10 หน้าได้มั้ง แล้วทุกหน้าก็เขียนเต็มหมดเลยอ่ะ หมอเค้าก็อ่านตาม ตอนแรกเราก็ไม่ได้สังเกต มองอีกที อุ้ยจะหมดแล้ว ดีใจจัง ที่ไหนได้ เค้าพลิกกลับมาอ่านหน้าต้นๆอีก่อะ แบบว่าอ่านไม่เรียงกัน เราก็แกล้งบอกไช้ มันนั่งอยู่ใกล้สุด บอกให้มันดึงออกมาซักแผ่นสิ จะได้เสร็จเร็วๆ แล้วก็ขำกัน อิอิ จะบาปมั้ยเนี๊ยะ แต่ไช้มันก็ไม่ทำนะ
เสร็จจากรอบกองไฟแล้วก็เป็นดูดาว วันนั้นน้องพิวโดนแมงป่องต่อยด้วย รีบไปรพ.กันใหญ่เลย แต่ก็ไม่เป็นอะไร เรามารู้ทีหลัง หลังกลับจากค่ายแล้วว่า เค้าบอกว่า ใครที่ไปปักตะไคร้ไล่ฝน ถือเป็นการขัดขวางธรรมชาติ เค้าก็จะมาเอาคืนกลับคนที่ทำ แต่จะไม่เอาคืนแบบร้ายแรงนะ บ้างคนก้จะเป้นไข้ อะไรประมาณนี้อ่ะ เรื่องนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบลู่เหมือนกันนะ
คืนนั้นดูดาวอยู่ถึงตี 1 ได้มั้ง ก็เข้าไปนอน อ๋อ ตอนไปนอนบ้านชาวบ้าน แม่ที่บ้านเค้าเล่าให้ฟังว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีครูที่รร.โดนรถชนตาย เราก็เอ่อ ไม่ได้ตายที่รร. คงไม่เป็นไรหรอก แต่เค้าบอกว่าครูกลับมาที่รร.ด้วย มีภารโรงเห็น เราก้เอาแล้วไงหล่ะ บอกว่ามาอยู่ที่ห้องอนุบาล ตอนแรกเราคิดว่าห้องอนุบาลอยู่อยู่ฝั่งของโรงเรียน ซึ่งก็ไกลพอสมควร คงไม่มีไรหรอก แต่พอกลับมาที่รร.มาถามน้องๆ ก็ได้รู้ว่า เป็นห้องที่เรานอนเองอ่ะ แล้วห้องนั้นมันมี 2 ฝั่ง ก็ดันเป็นฝั่งที่เรานอนด้วยอ่ะ(ฝั่งนั้นมีนอน 4 คน อีกฝั่งนอนเป้นสิบ) โหย ขนลุกเลยอ่ะ แต่ก็ไม่กล้าย้าย เอาว่ะ อีกคืนเดียวเอง เนสน่าจะเอะใจตั้งแต่แรกแล้วนะ ว่าทำไมมีสายสิญจ์รอบห้องด้วย พูดแล้วขนลุกอ่ะ สรุป คืนนั้นก็นอนไม่ค่อยหลับอ่ะ เมื่อไหร่จะตี 5 ซักที ฮื่อๆๆๆ
มาอีกวันเป็นคืนสุดท้ายแล้ว มีเปิดใจ ค่ายยนี้เปิดใจเราอยู่ได้ทั้งคืนเลย ได้ฟังทุกคน ไม่ลุกไปห้องน้ำด้วย เพราะคนแรกที่ลุกไปห้องน้ำเป็นเกดกับต้น แล้วมันกลับเข้ามาบอกว่าได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ต้องห้องสวัสดิ์ ได้ยินอย่างนั้นแล้ว เราไม่ก่าวออกจากห้องเลย รู้สึกผิดเหมือนกันนะ ที่ไม่ได้ออกไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนเกดเลยอ่ะ แต่คนมันกลัวอ่ะ วันนั้นเปิดใจเสร็จประมาณตี 3 ได้มั้ง ก็นอนต่อที่ห้องผู้ชายเลย ตื่นมาก็ล้างหน้าแปรงฟัน วันนี้ไม่ต้องทำกับข้าว เพราะอาจารย์ที่โรงเรียนจะเลี้ยงอ่ะ ก็ออกไปตามรถบัสกับต้นแล้วก็เกด กลับมาก็กินข้าว แล้วก็ขนของขึ้นรถ ออกเดินทางไปตลาดริมเมย แล้วก่อนกลับก็ไปแวะกำแพงเพชร บ้านต้น แม่ต้นทำอาหารเลี้ยงด้วย แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพ
ค่ายนี้เป็นค่ายที่ประทับใจมาก ยอมรับเลยว่า ออกจากค่ายวันแรก รู้สึกเหงามาก แบบว่าคิดถึงบรรยากาศค่ายมากๆเลยอ่ะ ค่ายนี้จะอยู่ในความทรงจำเราตลอดไป
ปล.พี่อัน ต่อจบแล้วนะคร๊าบ นึกว่าไม่มีคนอ่าน เลยยังไม่ต่อ อยากไปค่ายกับพี่เก่าๆจัง คิดถึงบรรยากาศค่ายที่อุ๋มเป็นน้องปี 1 มีพี่ๆเยอะแยะเลย 26 marzo ค่าย ตากใจยาม (ตามใจอยาก)ตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไปค่ายนี้ แต่ก็ไม่นึกเลยว่า คนที่เราสนิท เช่น เพื่อน น้องๆ จะไปกันน้อยขนาดนี้ เกือบตัดสินใจที่จะไม่ไปแล้วเชียว แต่ก็อ่ะนะ ในที่สุดก็มีหน้าที่ให้เราต้องรับผิดชอบ นั่นก็คือการทำสวัสดิ์ เพราะ คนที่ลงชื่อไว้ตอนแรกไม่มีใครไป อดสบายเลยอ่ะ
ทีแรกที่คิดจะไปค่ายนี้ กะไปสบายๆ แบบว่า อยากทำโครงไหนก็ได้ทำ จะทำโครงสอน เพื่อเล่นกับเด็ก (ไม่ได้ทำมานานแล้ว) จะออกไปเดินกับ สพช. เพื่อดูชาวบ้าน จะไปโครงสร้าง เพื่อสร้างอาคารเรียน แต่ท้ายที่สุดก็ได้ขลุกอยู่แต่ในครัว แต่ยังโชคดีหน่อย ที่ได้ออกไปตลาด ได้ออกไปส่ง สพช.ไปหมู่บ้านต่างๆในบางวัน ได้ออกไปรับโครงสร้าง จากการสร้างโรงเรียน แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้วแหละเนอะ
เล่าตั้งแต่วันแรกที่ไปดีกว่า ก่อนไปก็ไปกินข้าวกับเพื่อน โดยเอาของมาไว้ที่มหาลัยก่อน แล้วก็ไปกินข้าวกันที่ ซอยสามัคคี แถวนนท์ แล้วแจนก็มาส่งที่มหาลัย มาถึงก็เจอจาร์จ้า แล้วก็ไปรอกิ๊ฟที่ป้ายรถเมล์ กลังจากนั้นก็ไปกินข้าว แต่เราไม่กินแล้วนะ อิ่มมาก
กินข้าวเสร็จแล้วก็มาที่ตึกจุล ความรู้สึกแรกที่มาถึง ไมคนมันเยอะอย่างนี้อ่ะ ไหนบอกว่า 30 คนอ่ะ นับดูแล้ว 50 กว่าคนได้อ่ะ แลวรถที่ไปยังคันเล็กนิดเดียวเองอ่ะ จะไปกันหมดได้ไงเนี๊ยะ
ในที่สุดก็ต้องหารถอีกคันมาขนของ คือ รถ 6 ล้อ นั้นเอง เราเลยเสียสละนั่งรถ 6 ล้อไป มันส์ดีอ่ะ คนที่ไปด้วยกันก็มีเรา กิ๊ฟ จาร์จ้า คิม แล้วก็พี่พีช การนั่งรถ 6 ล้อไปก็สบายดีนะ แบบว่านอนไปเลยอ่ะ แต่ก็เหม็นกลิ่นควัน แล้วเวลารถตกหลุมจะกระแทกแรงมากเลยอ่ะ แบบว่าตัวลอยเลยอ่ะ เจ็บหลังโครต เราไปถึงที่รร.ตากใจยามประมาณ 8 โมงได้มั้ง พวกที่ไปรถบัสก็ไปถึงก่อนแล้ว
อ๋อ ระวังทางโดนตำรวจเรียกด้วย อิอิ เค้าคิดว่าพวกเราเป็นพม่ากันอ่ะ แบบว่าฮามากเลย แต่พอเค้ามาคุยด้วย ก็เลยรู้ว่าเราไม่ใช่แล้ว ก็เลยปล่อยอ่ะ
ไปถึงรร. เด็กๆเยอะแยะเลย ก็ไปเก็บของ ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็กินข้าว อาหารมื้อแรก ก็เป็นข้าวกล่องอ่ะ อ๋อ มี ข้าวกระป๋องด้วย สปอนเซอร์ให้มา แต่แบบว่าโครตไม่อร่อยเลยอ่ะ ไม่รู้มีใครกินบ้างป่าว
กินข้าวเช้าเสร็จ ชาวค่ยส่วนใหญ่ก็ไปอยู่โครงสอนกัน ส่วนเราก็ออกไปตลาดกับอ.แล้วก็กิ๊ฟ ไปซื้อของทำสวัสดิ์อ่ะ ได้ของมาเยอะแยะเลย กว่าจะกลับมาก็จะ 11 โมงแล้วมั้ง ทำเมนูที่คิดไว้ไม่ทันแน่ ก็เลยกันตายด้วยมาม่า อิอิ (เล่นล่อตั้งแต่มื้อแรกเลยอ่ะ) ระหว่างการทำอาหารมื้อเที่ยง ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น คือ อยู่ๆตรงเตาแก๊สก็เกิดลูกไฟ ลูกใหญ่ๆขึ้นอ่ะ แบบว่าน่ากลัวมาก จาร์จ้ายืนอยู่ใกล้สุด โดนเลยอ่ะ ผมและขนไหม้อ่ะ เราก็ยืนอยู่แถวๆนั้น แต่ไม่เป้นไร เฮ้อ แค่วันแรกก็มีเรื่องน่ากลัวแล้ว จะไปรอดมั้ยเรา
ตอนเย็นทำกับข้าวอยู่ แบบว่าทำเสร็จแล้วแหละ แบบว่เพิ่งตักลูกชิ้นออกจากกะทะร้อนๆ ไม่รู้ตัวอะไรมาจากไหน โดดลงไปในกะทะ เสียงแบบว่าดังฉ่าเลยอ่ะ มองดูอีกที เป็นกบอ่ะ อิอิ น่ากลัวมากเลย สงสัยมันอยากฆ่าตัวตาย แต่ไปฆ่าที่อื่นก็ได้นะ ไมต้องมายุ่งกับฉันด้วย
วันแรก กิ๊ฟกับจาร์ก็ต้องกลับเสียแล้ว เศร้าจัง เราต้องอยู่คนเดียวเหรอเนี๊ยะ เพราะคนอื่นๆก็ยังไม่สนิทด้วยเท่าไหร่อ่ะ แต่ก็เอาว่ะ เราต้องอยู่ให้ได้
17 enero เซอร์ไพส์วันเกิดคนใจร้าย
5 ม.ค. 2550
ณ ตึกทิปโก้
หลังจากเราไปปฏิบัติภารกิจช่วยผู้ประสบน้ำท่วมที่จังหวัดอ่างทองในช่วงกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนเราก็มีภารกิจอีก 1 อย่าง ก็คือ การทำเซอร์ไพส์วันเกิดคนใจร้าย คนใจร้ายเกิดวันที่ 6 ม.ค. แต่เนื่องจาก พรุ่งนี้คนใจร้าย มีงานที่ต้องถ่ายเอ็มวีคาราโอเกะ อัลบั้มใหม่ ดังนั้นพวกเราก็เลยเลือกที่จะเซอร์ไพส์วันที่ 5 แทนแล้วกัน
พูดถึงเรื่องเซอร์ไพส์วันเกิด ทีแรกพวกเรา JBT ตั้งใจไว้ว่าจะเซอร์ไพส์ให้ตรงวันเกิด เนื่องจากวันนั้นเป้นวันเสาร์ คนใจร้ายต้องจัดรายการที่ตู้ปลา พวกพี่ๆเค้าก็เตรียมการไว้เรียบร้อย เปนสเตปเลย ว่าจะทำไรกันบ้าง แบบประมาณว่ามีการกระหน่ำส่งแมสเสจไปอวยพรคนใจร้าย จากนั้นก็จะเอาผ้าสีทอง (อันนี้ซื้อไว้แล้วด้วย) ยาว 30 เมตร มาผูกรอบตู้ปลา แล้วก็จะสั่งเค้กขนาดใหญ่มาก มาให้คนใจร้ายเป่า แต่แผนการทั้งหมดต้องล่มสลาย เพียงเพราะมีคิวแทรกเข้ามาว่าคนใจร้ายจะต้องไปถ่ายเอ็มวี งานนี้ฝันสลายกันไปเป็นแถวเลยอ่ะ ฮื่อๆๆๆ อยากร้องไห้
มาพูดถึงเรื่องการเซอร์ไพส์ที่เกิดขึ้นจริงดีกว่า วันนั้นพวกเรากลับมาถึงตึกทิปโก้ประมาณ 2 ทุ่ม (รู้มาจากเจี๊ยกว่า คนใจร้ายจะมาถึงประมาณ 4 ทุ่ม)
อ๋อ งานนี้ต้องขอขอบคุณเจี๊ยกด้วยนะ เพราะเป็นคนที่ต้องเสี่ยงต่อการโดนคนใจร้ายวีนที่สุด ก็วันนั้นหลังจากกลับจากอ่างทอง คนใจร้าย ต้องไปงาน เลี้ยงที่คุณหนุ่มจัดให้ต่อ แล้วทีมงานจะไปส่งที่โรงแรมเลย (ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พวกเราก็หมดโอกาสเซอร์ไพส์สิ) เจี๊ยกก็เลยรวมมือกับพวกเรา โดยการงอแงว่าจะกลับมาเอารถที่ตึกแล้วขับไปงานให้ได้ งานนี้ไม่รู้ถียงกันไปกี่ยก แต่ยังไงก็ขอบคุณเจี๊ยกมากนะคร๊าบ
มาพูดถึงเรื่องของทางตึกทิปโก้ต่อ ชาว JBT ที่มา ก็เป้นพวกที่ไปอ่างทองกันมา ประมาณ 20 คน แล้วก็มีคนมาสมทบเพิ่มอีก ประมาณ 10 กว่าคน ก็รวมๆแล้ว 30 กว่าคนได้มั้ง ทีแรกก็กะว่าจะเซอร์ไพส์ข้างล่างตึก แต่ ใต้ตึกมันเป้นกระจกอ่ะ ถ้าคนใจร้ายนั่งรถเข้ามา ก็จะเห็นก่อนดิว่าพวกเรามา ก็เลยจะไปทำเซอร์ไพส์ที่ลานจอดรถ
ประมาณ 3 ทุ่มมั้ง พวกเราก็ขึ้นไปเตรียมการ โดยนัดแนะกันว่า ให้ทุกคนไปหลบอยู่ท้ายรถแต่ละคัน ห้ามให้เห้นเด็ดขาด แล้วพอคนใจร้ายมาถึง บริเวณลานจอดรถ ก็ให้ร้องเพลง Happy Birthday ขึ้นพร้อมกัน หลังจากนัดแนะแผนการกันแล้ว ก็มีการซ้อม โดยให้ทุกคนไปหลบ แล้วจะมีคนดูว่าเห้นใครโผล่มามั้ย สรุปงานนี้ผ่าน แล้วก็เตี๊ยมกันอีกว่า ให้หนิงเป้นคนขึ้นเพลงนะ เมื่อคนใจร้ายเดินมาถึงเสาต้นนี้ก็เอาเลย
งานนี้มีการหลอกกันเกิดขึ้นด้วย ประมาณว่าอยู่ดีๆพี่หนุ่ยก็ร้องขึ้นว่ามาแล้ว พวกเราก็รีบหลบกันใหญ่เลยสิ ขอบอกว่าเสียงดังมากนะ พี่หนุ่ยก็เลยบอกว่าซ้อมๆ โห ใจหายใจคว่ำเลยอ่ะ แล้วก็เตี๊ยมกันใหม่ว่า เวลาหลบห้ามมีเสียงนะ แล้วเราก็มายืนดูว่าจะมีรถมายัง
ซักพัก ประมาณ 4 ทุ่ม เจี๊ยกก็โทรมาบอกว่าลงทางด่วนแล้ว (ซึ่งหมายความว่า อีกไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง) พวกเราก็เริ่มไปหลบตามที่ซ้อมไว้ แต่เราขอเปลี่ยนที่อ่ะ ประมาณว่าที่หลบเดิมคนเยอะอ่ะ เราก็เลยแยกออกมาหลบคนเดียว ไกลสุดด้วย ระหว่างรอก็ลุ้นระทึก มีความแอบดูตามทางเดิน และคอยบอกตลอดเวลาว่าถึงไหนแล้ว ในที่สุดคนใจร้ายก็มาถึงจุดที่นัดไว้ แล้วเสียงเพลง Happy birthday ก็ดังกระหึ่มขึ้น (ขอบอกว่าดังจริงๆนะ คนที่เค้าบ้านอยู่แถวนั้นได้ยิน ยังเดินมาดูเลย แล้วก็พาคนใจร้ายไปดูว่าบ้านเค้าอยู่ตรงนั้น อิอิ สร้างความรำคาญให้เค้าแล้วดิ ไม่ใช่ ล้อเล่น เค้ามาดูเฉยๆว่าเกิดไรขึ้น)
หลังจากนั้นเราก็เอาของขวัญให้คนใจร้าย (เค้ารู้นะว่าแกดีใจ อิอิ แอบเห็นสายตา) แล้วก็อยู่คุยกัน แต่ก็คุยนานไม่ได้เพราะคนใจร้ายต้องไปงานเลี้ยงต่อ
วันนี้ดูหน้าคนใจร้ายมีความสุขมากเลย ถึงแม้จะเหนื่อยกับการทำงานหนักมาก็ตาม เห็นเจี๊ยกบอกว่า คนใจร้ายนั่งขับรถหน้าบานตลอดทางเลยอ่ะ (แล้วก็รู้ป่าว ฉันก็ดีใจเหมือนกันนะ)
อยากบอกว่าวันนี้เป้นวันที่มีความสุขที่สุดวันนึง อยากให้มีวันอย่างนี้เรื่อยๆจัง ได้ร่วมทำงานกับคนใจร้ายด้วย มีความสุขที่สุดเลยยยยยยยยยย 10 enero 12 V 12 ความดีเพื่อพ่อ5 ม.ค. 2550
โครงการนี้เป้นโครงการหนึ่งของยูบีซี
เป็นงานของ V12
ดังนั้นคนใจร้ายของเราเลยเป็นโต้โผงานนี้
JBT นัดกันที่ตึกทิปโก้ตอนตีห้าถึงตีห้าครึ่ง
เราไปถึงประมาณตีห้าสี่สิบมั้ง
แต่ก็ไม่ใช่คนสุดท้ายนะ อิอิ
ยังมีคนยังไม่มาอีกเยอะ
กว่าจะได้ออกจากตึกทิปโก้จริงๆก็ เกือบๆหกโมงได้มั้ง
วันนี้รถที่นั่งไป ไฮโซ มาก เป็นรถบัส สองชั้น
ต้องขอบคุณพี่หนุ่ยมากๆนะคร๊าบ
วันนี้เราพาไอ้น้องบอลล์ไปด้วย
ที่จริงจะมีน้องที่ชมรมอยากมาอีกเยอะนะ แต่น้องๆคนไม่ว่างทั้งนั้นเลย
สรุป มี บอลล์มา 1 คน
ขึ้นไปบนรถ ก็ได้รับแจก เสื้อ ข้าวกล่อง น้ำ ลูกอม
โห นั่งรถ สบายแถมของกินเพียบ
งานนี้ไม่ได้เสียตังค์ซักบาทด้วย
ขอบคุณพี่หนุ่ยอีกทีคร๊าบ
ระหว่างเดินทาง เราก็เปิด DVD คอนเสิร์ต โจ ดูกัน
ทีแรกกะว่าจะนอนเลยไม่ได้นอน
ฮาอย่างเดียว อิอิ
(ขนาดดูหลายรอบแล้วยังไม่เบื่อเลย)
พวกเราไปถึงอ่างทองประมาณ 7 โมงกว่าๆได้
ทำไมเร็วจัง
แล้วก็ไปหลงซักพัก ในที่สุดก็หาวัดเจอ
กว่ารถอันไฮโซของเราจะเข้าวัดไปได้ กฌเล่นเสียวไปหลายรอบ
เกือบได้เปลี่ยนจากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
มาเป็นการซ่อมประตูวัดซะแล้ว
เราไปถึงกัน ท่านศิลปินทั้งหลายยังไม่มากันเลย
พวกเราก็เลยไปทำธุระส่วนตัวเสร็จ
ก็ไปนั่งดูนักเรียนทำกิจกรรมนหน้าเสาธง
แล้วก็นั่งคิดถึงตอนออกค่าย
มันคล้ายๆกันเลยอ่ะ
พอเวลา 9 โมง (เวลานัดหมาย)
รถตู้ศิลปินก็เรียงรายกันเข้ามา
ศิลปิยแต่ละคนก็เดินลงมา
คนแล้วคนเล่า
ทำไมไม่เห้นคนใจร้ายของเราเลยอ่ะ
ในที่สุดนั่งรอแล้ว คนใจร้ายของเราออกมาคนสุดท้ายเลยมั้งนี๊ยะ
สงสัยนั่งหลับแล้วเพิ่งตื่น อิอิ
เมื่อศิลปินมาถึง ก็เรียกรวมพลกันทันที
แบ่งงานแบ่งหน้าที่กันใหญ่
โดยใครอยากทำอะไรก็ไปลงทะเบียนส่วนนั้น
โดยเค้าจะจำกัดจำนวนคนเหมือนกัน
งานนี้เราก็เลยได้เขียนชื่อสมาชิกอีกรอบ
แบบว่าเป็นคนลงทะเบียนให้คนที่จะมาตั้งแต่แรก
เลยจำได้ทุกคนว่าใครมาบ้าง
พี่เค้าก็เอารายชื่อไปลงทะเบียนให้เลย
พวกเรา JBT ลงในส่วนการตัดต้นไม้
ทีแรกเราอยากทำสนามเด็กเล่นนะ
เพราะคนใจร้ายดูแลส่วนนี้
แต่ไม่เป็นไร ไปตัดต้นไม้ก็ได้
งานนี้พี่หนุ่ยพาทีมงานคุณภาพ(โจเรียก) มาด้วย 12 คน (เอ่อ ตามวีเลยอ่ะ อิอิ)
งานตัดต้นไม้ต้องนั่งรถกระบะไปต่อ
เราได้ไปประมาณคันที่ 3-4ได้มั้ง
ไปถึงก็เห็นเค้าขะมักเขม้นกันทีเดียว
พวกเราเลยเค้าไปตัดข้างในสุดก่อน
ซึ่งมีพี่หนุ่ยและทีมงานคุณภาพซึ่งมาก่อนแล้วกำลังทำงานกัน
เราก็เริ่มต้นจากการหักกิ่งไม้ออกก่อน
หักไปหักมาซักเริ่มมันส์
ล่มมันทั้งต้นเลยดีกว่า
ก็ล่มได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
ถ้าจะล่มได้ดี ต้อง มี 2 คนขึ้นไป
ถ้าไม้ได้จริงๆ ก็รอเค้าเอาเลื่อยมากเลื่อย
แล้วเราก็เปลี่ยนต้นไปเรื่อยๆ
งานนี้ ต้นมะม่วง 100 ต้น
โดยตัดไปหมด โดยใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงนิดๆเองอ่ะ
ช่วงหลังก่อนที่จะตัดเสร็จ
คนใจร้ายก็มาร่วมตัดด้วย ไม่รู้ว่างานนี้คนใจร้ายตัดได้กี่ต้นนะ
หลังจากตัดเสร็จเราก็ไปพักทานข้าวเที่ยงที่บ้านหลังหนึ่ง
ในตัวบ้านไม่มีที่อยู่แล้ว เพราะคนเยอะมาก
พวกเรา JBT ก็เลยไปนั่งกันอยู่รั้วนอกบ้าน
นั่งยังไม่ถึง 10 นาทีได้มั้ง
คนใจร้ายมาบอกว่ามีงานให้ทำอีก
จะได้เหนื่อย เวลากินข้าวจะได้อร่อย (คิดได้ไงเนี๊ยะ)
สรุปก็ได้ไปตัดต้นไม้อีกสวน
งานนี้คนใจร้ายมาร่วมตัดด้วย ตั้งแต่ต้น
อิอิ แต่รู้สึกจะตัดไม่สำเร็จซักต้นนะ หรือเปล่า
สวนนี้ใช้เวลาตัดประมาณครึ่งชัวโมง
เสร็จแล้วก็ไปนั่งพักกันอีก
รอทานข้าว แต่ข้าวยังไม่มา
ได้ข่าวมาว่ากำลังหุงเพราะข้าวรอบแรกหมดไปแล้ว อ้าว อะไรเนี๊ยะ
แล้วคนใจร้ายก็มาขอให้ช่วยตัดกิ่งไม้ใหญ่ๆให้เล็กลง
แล้วเอามากองไว้ตรงกลาง
งานนี้ทีแรกก็มีคนมาทำเยอะนะ คลับอื่นด้วย
แต่พอรู้ว่าข่าวมา คนก็เริ่มหายแล้วอ่ะ
เหลือแต่พวกเรา JBT และคลับอื่นอีกเล็กน้อยมั้ง
คนใจร้ายก็มาตามนะ ว่าให้ไปกินข้าวก่อน
แต่พวกเราบอกไม่เป็นไร ทำให้เสร็จไปเลย
พอทำเสร็จแล้ว ก็เย้ จะได้กินข้าวแล้ว
หิวมากเลย
แต่ได้ทราบข่าวร้ายว่า ข้าวหมดอีกรอบแล้ว
ฮื่อๆๆๆ คนใจร้ายไม่นอมดูแล อิอิ ล้อเล่น
ก็ต้องรอกันต่อไป
พอข้าวมา ทุกคนก็ทานข้าวกัน
ทานเสร็จเราก็มานั่งดูลูกหมานอน น่าร๊ากดีอ่ะ
(อยู่ข้างบ้านมี หมาแม่ลูกอ่อน แล้วก็ลูกมันอีก 3 ตัว)
คนใจร้ายก็มานั่งกินอยู่ข้างหน้า แต่คนละฝั่งรั้ว เพิ่งรู้นะเนี๊ยะว่าคนใจร้ายยังไม่ทานข้าวเหมือนกัน อิอิ น่าร๊ากจังเลย
สรุปงานนี้คนใจร้ายกินข้าวคนสุดท้าย
ระหว่างที่เรานั่งกินข้าวกัน
คลับอื่นที่เค้าได้พักก่อนเรา
เค้าก็ไปตัดต้นไม้อีกสวน
งานนี้ทำงานตลอดเวลาจริงๆคับท่าน
หลังจากทานข้าวเสร็จกันทุกคนแล้ว
เราก็จะไปตัดต้นไม้กันต่อ
คนใจร้ายบอกว่า เหลืออีกต้นเดียว
แต่ต้นใหญ่มาก
พวกเราก็เลยเดินข้ามรั้วออกไป
แต่ตอนข้ามเนี๊ยะ
คนใจร้ายเป้นคนมาเหยียบรั้วไว้ให้นะ (น่าร๊ากมากเลย)
ไม่ใช่ไรหรอก พวกเราร้องขอ อิอิ
เพราะทีมเมื่อกี้ พี่ตุ้ยก็ทำแบบนี้เหมือนกัน อิอิ
คนใจร้าก็มาทำให้แบบไม่อิดออด 555
งานนี้เราเดินออกคนสุดท้าย เพราะต้องถือกล่องขยะออกมาทิ้งด้วย
ระหว่างเก้าเท้าก็มีแกล้งคนใจร้ายด้วย
แบบว่ายืนค้างนานๆ
เลยโดนมันกัดว่า เดี๋ยวก็ปล่อยหรอก
อิอิ แกกล้าเหรอ
พอไปตัดต้นไม้อีก 1 ตันสุดท้าย
เพิ่งรู้มาจากคนใจร้ายว่าเค้าจะเก็บภาพ ประมาณว่าเป้นการสร้างภาพอ่ะ อิอิ
ต้นไม้ต้นนี้ก็ผ่านไปด้วยดี
แต่คนใจร้ายมันแอบกัด(ฉันอีกแล้ว
แบบว่าตอนที่พี่ทีมงานคุณภาพเค้ากำลังตัดกิ่งอยู่
แล้วมันไม่ลงซักที
เราก๋เลยเสนอให้ใช้เชือกดึงลงมา
แล้วเราก็ไปหยิบเชือกมา คนใจร้ายมันเหยียบอยู่ด้วยนะ
ก็บอกให้มีถอยหน่อย
แล้วเราก็จะโยนเชือกขึ้นไป
ตั้งท่าตั้งนานนะ
สรุป โยนไม่ขึ้นอ่ะ โครตอายเลย
คนใจร้ายมันเลยร้องขึ้นมาว่า เขินเหรอ อยู่ต่อหน้าผู้ชายเยอะๆ ไม่มีแรงเลย
ว้า แกกล้าพูดได้ไงอ่ะ โครตอายเลย
ฉันเขินแกต่างหากหล่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกก
สรุปพี่เค้าก็ไม่ต้องใช้เชือก
ก็สามารถตัดลงมาได้
เราก็เลยแก้ตัว โดยการแบกกิ่งไม้ไปวางไว้หลังบ้าน
ตอนที่เรากำลังขน ซึ่งมันก็กิ่งใหญ่
คนใจร้ายยังถามนะ ว่า
ไหวมั้ยอุ๋ม
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
ไหว ไหว จ๊ะ
(ถ้าไม่ไหวแกจะมาช่วยเหรอ)
แล้วคนใจร้ายก็ไปเอาอีกท่อนนึง ซึ่งก็ใหญ่เหมือนกัน
แล้วแบบว่า JBT อยากแกล้งมันอ่ะ
เลยไม่มีใครเค้าไปช่วย
คนใจร้ายเลยงอนๆ ถือไปคนเดียว
เดินสวนกับเราที่กำลังเดินกลับมา
เราเลยถามว่า ช่วยเอาไม
มันก็บอกว่าไม่เป้นไร ไหว (แต่หน้าแกอ่ะ มันงอนนะนั้น)
พอมันเอาไปถึงที่พวกเราก๋เฮกันใหญ่เลย
มันก็เลยปล่อยท่อนไม้เลยอ่ะ
แทนที่จะวางดีๆ แต่ก็น่าร๊ากนะ เวลาโดนแกล้ง อิอิ
หลังจากช่วยกันตัดต้นไม้ต้นนั้นเสร็จ
ก็ลาเจ้าของบ้านกลับวัด
คุณลุงเจ้าของบ้านก็ใจดี เอารถมาส่งที่วัดด้วย
ที่จริงเราว่าจะรอรถตู้มารับ
แต่นานมาก ยังไม่มาซักที
คุณลุงเลยอกว่าจะเข้าไปในอบต.อยู่แล้ว ไปพร้อมกันเลย
ก็เลยได้ไป
คนใจร้ายปีนขึ้นกระบะคนแรกเลย
(ไหนตอนแรก บอกจะอยู่คุยกับป้าก่อนไงจ๊ะ)
แล้วก็ยังไม่มีคนขึ้นอีก
เราก็เลยขึ้น
สรุปเราได้นุ่งในสุด ติดกับคนใจร้ายเลยอ่ะ
แต่คนใจร้ายยืนนะ
อิอ จะละลาย
ระหว่างนั่งรถกลับมา ก็คุยกันเยอะแยะเลย มีความสุขจัง อิอิ
กลับมาถึงวัดก็ร้องหาน้ำก่อนเลย
มีผู้ใจดี เอาเป๊ปซี่มาให้กินด้วย
ใจดีจังเลย
หลังจากพักได้เล็กน้อย
ก็ไปนั่งกันในอาคารอเนกประสงค์
ทีแรกนึกว่าจะหมดกิจกรรมแล้ว ที่ไหนได้
คนใจร้ายบอกว่าพวกเราทำงานกันเก่งมาก
ก็เลยหางานมาเพิ่ม
มีงานทาสีที่ต่างๆ แล้วก็ตัดต้นไม้
พวกเราก็เลยไปตัดต้นไม้กันอีก
แต่ต้นไม่สวนนี้ ไม่อยากจะพูด
ต้นใหญ่มาก
กว่าจะเอาลงแต่ละต้น เล่นเอา ปวดแขน แถมหมดแรงอีกต่างหาก
งานนี้โดนน้องว่านแซวด้วย
ก็พี่หนุ่ยให้เราเป็นคนแบบขย่มต้นไม้ที่ตัดไปแล้วแต่ยังไม่หลุดอ่ะ
เราก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ ไปกระทึย ขย่ม
แล้วก็มีเสียงเชียร์อยู่ข้างล่าง
ประมาณว่าใครๆ ก็เรียกชื่อเราอ่ะ
น้องว่ายืนดูอยู่ก็ เอาแล้วครับ อุ๋มศิษย์ราชดำเนิน
(หาว่าเราเป็นนักมวยอ่ะ)
อ้าวคับ กระทึบซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
มีตีเข่าด้วยคร๊าบ
กร๊ากก มันพากย์สะเราอายเลยอ่ะ
แล้วก็เอาไม่ลง เค้าก็เลยมาตัดเพิ่มให้อีก แล้วเราก็โหนจากข้างล่าง คราวนี้ลงได้
อิอิ ไม่อายแล้ว
กว่าจะเสร็จจากสวนนี้เล่นเอาทุกคนหมดแรงกันเลยอะ
กลับไปที่วัด จะไม่ทำอีกแล้วนะ
แล้วก็ไม่มีให้ทำจริงด้วย
เข้าไปนั่งพัก ก็มีพวก AF มาเล่นตลกให้เด็กๆดู
แล้วก็มีการแสดงของเด็กๆ
(อันนี้เราเกือบนั่งหลับ ขอโทษนะคร๊าบ)
เสร็จแล้วก็มีการสรุปสิ่งที่เราทำวันนี้
คือ
ทำลายคั่นนา ยาว 1 กิโลเมตร
ทาสี และเปลี่ยนของเล่นในสนามเด็กเล่น
ทาสีโรงอาหารตรงที่โดนน้ำท่วมถึง
ทาสีรั้ววัด
ทาสีห้องน้ำใหม่
สร้างบ้านให้ป้ารอด (แต่อันนี้ยังไม่เสร็จ)
แล้วก็ตัดต้นไม้ประมาณ 400 ต้น
และได้เงินบริจาคทั้งสิ้น
5 แสนกว่าบาท
ซึ่งทะลุเป้าที่เค้าตั้งไว้ แค่ 4 แสนบาท
ก็จะไม่ให้เกินได้ไง
แค่ JBT ก็ 110000 บาทแล้ว
พอกิจกรรมทุกอย่างเสร็จก็ออกมาทานข้าวเย็นกัน
วันนี้มีเป็ดย่าง ไข่พะโล (ดำ)
แล้วก็ไก่ย่างห้าดาว (แต่คนต่อแถวยาวมาก เลยขอบาย)
สรุปได้กินข้าวหน้าเป็ดกับไข่ดำ อิอิ
ระหว่างที่เราตักอยู่
คนใจร้ายก็มาอยู่ใกล้ๆ พี่หนิงก้เลยเอาของที่พี่หนิงตักให้คนใจร้ายไปก่อน
ตอนแรกจะไม่เอา แต่พี่หนิงก็ขยั้นขย้อ จนมันเอา
แถมยังมีบอกให้ตักเป็ดเพิ่มให้ด้วย
เรื่องมากจังเลยนะ
ตักเสร็จมันก็เอาไปนั่งกินกับ เพื่อนๆ AF ที่ข้างๆสนามบอล
พวกเรา JBT ก็นั่งกินกันตรงสนามบอลเลย
กินเสร็จเราก็เดินทางกลับ เพราะมีภารกิจอีก 1 อย่างที่ต้องทำที่ตึกทิปโก้
เอาไว้ถ้าว่างจะมาเขียนต่อนะ
วันนี้เหนื่อยมากเลย อิอิ
ปล. ขอบคุณบอลล์มากนะ ที่ช่วย แล้วพี่ก็ไม่ค่อยได้ดูแลเท่าไหร่เลยอ่ะ ขอโทษนะ
ขอบคุณพี่หนุ่ย ที่อำนวยความสะดวกทุกอย่างเลย แถมตะโกนเรียกอุ๋ม จนคนทั้งหมด เค้ารู้จักกันหมดแล้วมั้ง อิอิ
ขอบคุณพี่ฟ้า ที่ร่วมเดินทางด้วยกันตั้งแต่ต้นจนจบนะคร๊าบ
ขอบคุณคนใจร้ายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สำหรับทุกๆสิ่งเลยนะ แกทำให้ฉันเป็นบ้าแกขึ้นไปอีกรรู้มั้ยเนี๊ยะ
01 enero สวัสดีปีใหม่ 2550เข้าสู่ปีใหม่ด้วยความเบิกบานใจ
หลังจากตื่นเช้าไปใส่บาตรในหมู่บ้าน
นานๆจะได้มมีโอกาสทำบุญซะที อิอิ
เมื่อวานไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก
แล้วก็ไปตลาดดอนหวาย
กลับมาเหนื่อยมากเลย
(งานนี้อดไปเคาน์ดาวน์กับคนใจร้ายเลย แต่ไม่เป็นไร นานๆทีจะได้อยู่กับครอบครัว อิอิ)
หลับไปตั้งแต่ทุ่มครึ่งได้มั้ง
ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเค้าเลย
ตื่นมาตอนประมาณ 5 ทุ่ม 50
ดูทีวีเห็นเป็นหนัง
ก็เลยคิดว่าเค้าคงเคาน์ดาวน์เสร็จแล้วแหละ
แต่หันไปดูนาฬิกา อ้าว มันยังไม่ขึ้นวันใหม่เลยอ่ะ
แล้วที่เค้าถ่ายทอดการเคาน์ดาวน์อ่ะ หายไปไหนหมด
งงเลยครับงานนี้ ทีแรกคิดว่านากาตาย
แต่ไปดูอีกเรือนมันก็เวลาเดียวกันหนิ
อ้าว งงเลยคร๊าบงานนี้
ก็เลยเปิดทีวีไปเรื่อยๆ ดูข่าว
อ๋อ เค้ายกเลิกนี้เอง
อ้าวแล้งงานคนใจร้ายที่บางแสนจะงดมั้ยเนี๊ยะ เป็นคำถามแรกที่คิดขึ้นได้
แล้วก็ไปดูในบ้าน JBT สรุปว่าไม่ได้งด
น่าอิจฉาคนที่ได้ไปดูจังอ่ะ
ปีใหม่ปีนี้มีโปรแกรมเยอะแยะเลย
เดี๋ยวช่วงอาทิตย์นี้ต้องรีบทำของขวัญวันเกิดให้คนใจร้ายให้เสร็จ
พูดถึงเรื่องนี้แล้วเจ็บใจยูบีซีจัง
ทำไมต้องให้คนใจร้ายไปถ่ายเอ็มวีตอนวันเกิดด้วยอ่ะ
ที่จริงวันเกิดคนใจร้ายต้องจัดรายการที่สยาม
พวกพี่ๆ JBT ก็คิดเซอร์ไพส์ใหญ่โตเลยอ่ะ
ได้ยินที่พี่เค้าพูดแผนการให้ฟังแล้ว
อยากจะร้องไห้ เสียดายมากๆเลยอ่ะ
อ๋อ วันที่ 5 มกราคม
เราจะไปช่วยคนใจร้าย ในโครงการ
12 V 12 ความดีเพื่อพ่อ
คนใจร้ายเป็นแกนนำร่วมกับ นุ่น AF1 และ ตุ้ย AF3
ที่จะไปทำกิจกรรมนี้
เป้นการไปช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ จ.อ่างทอง
เท่าที่รู้ กิจกรรมที่ต้องทำก็มี ไปฟื้นฟูสนามเด็กเล่นของโรงเรียน
ไปตัดต้นมะม่วงที่ตายแล้ว แล้วก็ปลูกใหม่
ไปช่วยซ่อมแซมบ้านหลังหนึ่งของคุณยาย...(จำชื่อไม่ได้)
รายละเอียดก็ประมาณนี้แหละ
เค้านัดกัน ตี 5 ที่ตึกทิปโก้
ยังคิดอยู่เลย จะไปยังไงดีว่ะเนี๊ยะ
สงสัยคงต้องไปนอนหอโกโร๊ะเหมือนเดิมมั้ง
อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆๆจัง
จะได้ทำงานร่วมกับคนใจร้ายด้วย อิอิ
29 diciembre นัดรวมพลเมื่อวานมีโอกาสได้นัดรวมแก๊งค์ อุ๋ม ปลา กิ๊ฟ กุ๊ก ซะที
หลังจากที่ผ่านการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก
แต่กว่าจะนัดเป็นเมื่อวานได้ ฉันก็โดนเคืองแทบแย่อ่ะ
ความผิดทั้งหมด ขอยกให้คนใจร้ายนะ
ก็จะอะไรซะอีกหล่ะ
ทีแรกก็นัดกันวันพฤหัส หลังจากที่ฉันกับกุ๊กสอบเสร็จ
แล้วอยู่ดีๆ ไอ้กิ๊ฟก็อยากเปลี่ยนเป็นนัดวันศุกร์ซะงั้น
เพราะจะได้เจอเพื่อนๆที่ภาคด้วย (เค้านัดกินข้าวกันวันศุกร์)
แต่ไม่ได้เด็ดขาด ฉันไม่ว่างนะ ฉันจะไปหาคนใจร้ายที่อ่างทอง
สรุปเมื่อฉันไม่ยอม (โดยบอกว่า แกนัดวันพฤหัสก่อนหนิ อิอิ )
ก็เลยได้เจอกัน นัดกันไว้ที่สยามประมาณเที่ยงๆ
ฉันกับกุ๊กสอบเสร็จก็ออกไปเลย
เริ่มกิจกรรมแรกที่การถ่ายรูป
ไปถ่ายกันที่ u smile
หนุกหนานมากเลย แต่รอนานไปหน่อยอ่ะ
แต่รูปออกมาแล้วก็โอเคนะ สีสวย
ถ่ายมา 34 รูป เค้าให้เลือก 21 รูปทำเป็นเซ็ต
เลือกไม่ถูกเลยอ่ะ ว่าจะเอารูปไหนออก มันชอบหมดอ่ะ
ก็เลยอัดมันทุกรูปเลย อิอิ ชอบๆ
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ก็ไปกินข้าวกัน (ตอนนั้นทุกคนหิวมากเลย)
ทีแรกก็จะไปกิน ตำนัว แต่ไปแล้วคนเยอะมาก
(ตอนนั้นก็ประมาณเกือบๆบ่ายสองแล้วนะ ไมยังคนเยอะอีกอ่ะ กลัวค้าไม่รวยกันหรือไงก็ไม่รู้ อิอิ)
ก็เลยไปกินฟูจิกันดีกว่า ก็ไปกินกันที่พารากอน
คนเยอะอีกแล้ว รอประมาณ ครึ่งชั่วโมงได้
(ถ้าตอนนั้นรอที่ ตำนัว ก็ได้กินแล้วเหมือนกันแหละ)
กินกันไปคุยกันไป อิ่มหนำสำราญเลย
หลังจากกินเสร็จทีแรกกะจะไปดูหนัง
แต่รอบมันค่ำอ่ะ แล้วกุ๊กก็นัดกับพี่ทิดไว้ด้วย
ก็เลยกะว่าจะไปร้องเกะ
แต่พอไปถึงร้านประจำ ดันเต็มอ่ะ
เห็นนะว่ามีคนเดินเข้าไปก่อนฉันแค่ ไม่ถึง 10 วิ เลยอ่ะ (จริงๆนะ)
แล้วเค้าบอกว่าจะว่างอีกที 5 โมง (ตอนนั้น 4 โมงแล้ว)
แต่ก็ไม่ได้จองไว้ ขี้เกียจรอ ไปหาร้านอื่นร้องก็ได้
แต่พอไปหาแล้ว
ไม่มีร้านถูกใจร้านอ่ะ ทั้งราคา แล้วก็จำนวนคน
ก็เลยกลับมาที่ร้านเดิม กะจะจองไว้ก็ได้อ่ะ รอก็รอ อีกครึ่งชั่วโมงอ่ะ
แต่พอไปจอง เค้าบอกว่าจะว่างอีกทีก็ 6 โมง เพราะมีคนจองไปแล้ว (เศร้า)
ทีแรกก็กะจะไม่ร้องแล้ว
แต่นึกขึ้นได้ว่าที่ D-cine มันกำลังลด โดยใช้บัตรนิสิต
ก็เลยกะจะไปร้องที่นั้น
ระหว่างทางเดินไป ก็ไปเจอเข้ากับร้านนึงซะก่อน
ราคาถูกมาก ขี้เกียจเดินแล้วด้วย
ก็เลย เอาร้านนี้แล้วกัน ก็ร้องกันไป 2 ขั่วโมง
สนุกสนานเฮฮากันมาก ชอบบรรยากาศอย่างนี้จัง
อยากกลับไปสมัยเรียนป.ตรีอีกจังอ่ะ
หลังจากร้องเสร็จไป 2 ชั่วโมง
ก็แยกย้ายกันกลับแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่นะ ที่จะได้กลับมาเจอกันพร้อมหน้าแบบนี้อีก
เพราะต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ที่แตกต่างกันไป
แต่ถ้ามีโอกาสนัดรวมพลกันอีกนะ
ปล. ขอบคุณ กิ๊ฟ ปลา กุ๊ก มากๆๆๆๆนะ ที่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอดระยะเวลา 3-4 ปี รกพวกแกนะโว้ย
ปล2. คนใจร้าย...คิดถึงมากมายนะ ไม่ได้เจอมา 1 อาทิตย์แล้ว ช่วงนี้เห็นแกงานยุ่งๆ รักษาสุขภาพด้วยนะ เป็นห่วง
ปล.3 พี่หนุ่ม และพี่ๆเสือใหญ่เป็นไงบ้างอ่ะ ไม่ได้เจอนานมากเลย แต่ยังคิดถึงเหมือนเดิมนะ
ปล.4 พี่ตัน ไม่ได้เจอกันเลย อย่าเพิ่งลิมน้องคนนี้นะ
ปล.5 แจน เกด ออม ปลา คิดถึงทุกคนนะ อยากให้ทุกอย่างมันกลับมาเป้นเหมือนเดิมจัง (เข้าใจใช่มั้ย ว่าเราหมายถึงอะไร)
ปล.6 ครอบครัว JBT ขอบคุณมากเลยนะคร๊าบ ที่มอบความอบอุ่นให้กับเด็กดื้อคนนี้ อิอิ
ปล.7 เพื่อนๆ RW โกโล๊ะ ปุ้ย กิ๊ฟท์ ตั๊ก อ๊อบแอ๊บ ปูปู้ หนุ่ม โอ เชียร์ ฯลฯ คิดถึงพวกแกนะโว้ย แล้วไปเที่ยวกันนะ
ปล.8 พี่สน ยังคิดถึงพี่เสมอนะ ไม่ว่าตอนนี้พี่จะอยู่นะที่แห่งหนใดก็ตาม รู้ไว้นะว่าพี่ยังอยู่ในใจน้องคนนี้เสมอ
Crossroadที่ตรงนี้ ชีวิตของเราเคยผ่าน
ประสบการณ์ที่ดีในวันสดใส เก็บความฝัน แบ่งปัน สองคน หนึ่งใจ ประคองไว้ ฉันพร้อมจะไปกับเธอ แต่วันนั้น ที่สองเราต้องแยกจาก เมื่อเส้นทาง ได้พาให้เราห่างกัน แต่ยังจำ สิ่งดี ที่สองเรามีต่อกัน และตัวฉันจะขอสัญญากับเธอ ถ้ามีวันไหน หนทางนำเธอ กลับมา ถ้าเธออ่อนล้า กลับมาที่ทางแยกนี้ จะอยู่ตรงนี้ เหมือนวันที่เราเคยมี กันและกัน เพียงเธอเรียกฉัน ฉันพร้อมจะมาหาเธอ แต่วันนั้น ที่สองเราต้องแยกจาก เมื่อเส้นทาง ได้พาให้เราห่างกัน แต่ยังจำ สิ่งดี ที่สองเรามีต่อกัน และตัวฉันจะขอสัญญากับเธอ ถ้ามีวันไหน หนทางนำเธอ กลับมา ถ้าเธออ่อนล้า กลับมาที่ทางแยกนี้ จะอยู่ตรงนี้ เหมือนวันที่เราเคยมี กันและกัน เพียงเธอเรียกฉัน ฉันพร้อมจะมาหาเธอ จะกลับมาหา มาหาที่ทางของเรา สอบเสร็จ เริ่มจะว่างสอบเสร็จไปอีกครั้งแล้ว เหนื่อยเหมือนกันนะเนี๊ยะ แต่ก็ไม่ค่อยมาก
รู้สึกเหมือนกันนะ ว่าเทอมนี้เราแบบว่าไม่ค่อยตั้งใจเลยอ่ะ
ไม่รู้เหมือนกัน เป็นเพราะย้ายกลับมาอยู่บ้านหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่เดี๋ยวปีใหม่แล้วจะปรับปรุงตัวนะ
จะรีบทำ THESIS ให้เสร็จ
ผลัดมาเยอะแล้วอ่ะ กลัวไม่จบภายใน 2 ปีจังเลย
ช่วงนี้ก็ยังตามติดคนใจร้ายเหมือนเดิม
รู้สึกนะว่า ช่วงนี้คนใจร้ายอารมณ์ดีจังเลย
เป็นเพราะได้ลูกชายที่ชื่อหิมะมาหล่ะมั้ง
แต่ลูกชายแกก็สวย เท่ห์ น่ารักไม่หยอกเลยนะ อิอิ
ที่รู้สึกว่าคนใจร้ายอารมณ์ดีขึ้นก็เพราะว่า
แต่ก่อนเราคุยกับคนใจร้ายจะประมาณ ถามคำตอบคำ
แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีกัดกันไปกัดกันมา
ดีใจจัง ที่เค้าเริ่มคุยกับเราดีขึ้น
ขอให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆนะ
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดคนใจร้ายแล้ว
ก็กำลังเตรียมทำของขวัญวันเกิดให้แล้วแหละ
แต่ก็คิดๆไว้ ยังไม่ลงมือทำเลย กะว่าจะลงมือทำพรุ่งนี้แหละ
ไม่อยากให้มันไม่เป็นดังหวังเหมือนที่ผ่านมา
ใจจริงอุตส่าห์จะเตรียมของขวัญอีกชิ้นไว้ให้
แต่พอไปสั่งทำแล้ว สรุปทำไม่ทัน อดเลยอ่ะ วัยรุ่นเซ็งเลย
ก็เลยต้องคิดทำอันใหม่ อิอิ แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว และก็คงไม่พลาดด้วย 555
ใกล้จะปีใหม่แล้ว หวังว่าปีหน้าคงมีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตเราบ้างน้า สาธุ...
|
|
|||
|
|